
ใครกำลังลังเลอยู่ ลองมาดูข้อมูลเรื่องหน้าจอและความทนทานของ iPhone Duo พร้อมทำความเข้าใจบริการ COVER+ ก่อนเลือกซื้อ
จะได้รู้ทั้งสิ่งที่ตัวเครื่องออกแบบมาให้ และความคุ้มครองที่เราอาจอยากมีเพิ่มเติม
iPhone Duo มีรอยพับไหม?
ออกแบบมาเพื่อลดรอยพับให้เหลือน้อยที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีรอยพับให้เห็นเลย Apple ระบุว่าจอด้านในใช้พื้นผิว
Nano-texture ช่วยลดแสงจ้าและแสงสะท้อน พร้อมสารยึดติดชนิดใสพิเศษที่ช่วยให้ชั้นจอเลื่อนตัวได้ขณะพับ เพื่อลดแรงกด
และรอยพับบนหน้าจอ
ถ้าเรื่องรอยพับมีผลต่อการตัดสินใจ แนะนำให้ลองดูเครื่องจริงก่อนซื้อ เปิดรูป อ่านข้อความ หรือดูวิดีโอแบบที่เราใช้เป็นประจำ
แล้วลองเปลี่ยนมุมถือเครื่องดูด้วย จะได้รู้ว่าหน้าจอแบบนี้ถูกใจเราหรือเปล่า
ไปลองเครื่องจริง ควรดูอะไรบ้าง?
ไม่จำเป็นต้องจ้องหารอยพับอย่างเดียว ลองใช้งานให้เหมือนวันที่เราจะหยิบเครื่องนี้มาใช้จริง เช่น
– เปิดบทความหรือแชต เพื่อดูว่าอ่านตัวหนังสือสบายตาไหม
– เปิดรูปและวิดีโอที่คุ้นเคย เพื่อดูภาพบนจอขนาดใหญ่
-ลองถือทั้งตอนพับและกาง เพื่อดูว่าถนัดมือหรือเปล่า
-ลองกางและพับเครื่องตามคำแนะนำของพนักงาน เพื่อสัมผัสการทำงานของบานพับ
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นคือความรู้สึกตอนใช้งานด้วยตัวเอง
แล้วทนแค่ไหน?
Apple ระบุว่า iPhone จอพับนั้นใช้กรอบและฝาครอบบานพับไทเทเนียมเกรด 5 มี Ceramic Shield ด้านหน้าและด้านหลัง
รวมถึงการเคลือบผิวจอด้านในเพื่อช่วยต้านทานรอยขีดข่วน ส่วนกลไกบานพับออกแบบให้เปิดและปิดด้วยแรงต้านที่สมดุล
แต่ความทนทานก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เสียหายเมื่อทำตก กระแทก หรือใช้งานผิดวิธี การเลือกซื้อจึงควรดูทั้งวัสดุของเครื่อง
วิธีใช้งานของเรา และทางเลือกในการดูแลหากเกิดอุบัติเหตุด้วย
พับได้กี่ครั้ง ใช้ได้นานกี่ปี?
จากหน้า Apple ที่ตรวจสอบสำหรับบทความนี้ ยังไม่พบตัวเลขจำนวนรอบพับที่นำมาใช้อ้างอิงได้ จึงยังไม่ควรระบุว่าพับได้กี่แสนครั้ง
หรือรับรองว่าจะใช้งานได้กี่ปี หากตั้งใจซื้อมาใช้ยาว ๆ ควรศึกษาวิธีดูแลเครื่องและเงื่อนไขบริการหลังการขายควบคู่กันไป
โดยเฉพาะรายละเอียดที่เกี่ยวกับหน้าจอด้านในและบานพับ
ทนน้ำไหม ถ้าโดนน้ำแล้วประกันดูแลหรือเปล่า?
iPhone จอพับของ Apple มีมาตรฐานทนน้ำและฝุ่นระดับ IP68 โดย Apple ระบุเงื่อนไขการทดสอบที่ความลึกไม่เกิน 6 เมตร
เป็นเวลาสูงสุด 30 นาที แต่เรื่องที่ควรรู้ก่อนคือ การทนน้ำไม่ได้หมายความว่าความเสียหายจากน้ำจะอยู่ในประกันเครื่องเสมอไป
Apple ระบุว่าการรับประกันแบบจำกัดหนึ่งปีไม่ครอบคลุมความเสียหายจากของเหลว ทั้งนี้ ผู้ใช้อาจมีสิทธิ์ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองเพิ่มเติมให้ชัด หากต้องการบริการดูแลกรณีเกิดอุบัติเหตุจากของเหลว
มีประกันเครื่องอยู่แล้ว ทำไมยังต้องดู COVER+?
ก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม ลองแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันก่อน การรับประกันที่มากับเครื่อง มีไว้ดูแลข้อบกพร่องด้านวัสดุ
และการผลิตตามเงื่อนไขของ Apple เป็นระยะเวลาหนึ่งปี ส่วนอุบัติเหตุอย่างการทำเครื่องตกจนจอแตก
ไม่อยู่ในความคุ้มครองของการรับประกันดังกล่าว
COVER+ with AppleCare Services เป็นบริการดูแลเพิ่มเติมที่ Studio7 ระบุว่ามีความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุ เช่น
จอแตกหรือความเสียหายจากของเหลว ตามเงื่อนไขของแพ็กเกจ โดยไม่รวมกรณีสูญหาย และอาจมีค่าบริการ
เมื่อเข้ารับการซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่อง สำหรับ iPhone Duo ควรให้พนักงานยืนยันแพ็กเกจที่รองรับรุ่นนี้
พร้อมอธิบายเงื่อนไขของจอด้านในและบานพับโดยเฉพาะก่อนซื้อ
แล้วควรซื้อประกันเพิ่มไหม?
ลองเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าเครื่องเกิดเสียหายขึ้นมา เราพร้อมรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมเองแค่ไหน?
ถ้าพกโทรศัพท์ไปทำงาน ไปเที่ยว หรือหยิบขึ้นมาถ่ายรูปตลอดวัน และอยากมีทางเลือกช่วยดูแลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
บริการคุ้มครองเพิ่มเติมก็เป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณา โดยเฉพาะคนที่เคยทำเครื่องตก หรือวางแผนใช้เครื่องนี้ต่อเนื่องหลายปี
ลองขอรายละเอียดแพ็กเกจมาเทียบกับงบที่ตั้งไว้ ทั้งค่าแพ็กเกจ ระยะเวลาคุ้มครอง และค่าบริการเมื่อเกิดเหตุ
จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ส่วนใครที่พร้อมรับค่าซ่อมด้วยตัวเอง ก็สามารถเลือกตามความสบายใจได้ การซื้อเพิ่มควรเป็นความคุ้มครอง
ที่ตรงกับการใช้งานและงบของเรา
COVER+ สำหรับ iPhone Duo ราคาเท่าไหร่?
นอกจากดูว่าคุ้มครองอะไรบ้าง อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจคือราคาแพ็กเกจ โดยหน้า Studio7
ระบุแพ็กเกจ COVER+ สำหรับ 2 ระยะเวลา ดังนี้
| รายละเอียด | แพ็กเกจ 1 ปี | แพ็กเกจ 2 ปี |
|---|---|---|
| ราคาแพ็กเกจ | 6,999 บาท | 10,999 บาท |
| บริการซ่อมจากอุบัติเหตุ | 1 ครั้ง | 2 ครั้ง |
| บริการเปลี่ยนเครื่อง | 1 ครั้ง | 2 ครั้ง |
| iCloud+ 50GB | ฟรี 1 ปี | ฟรี 2 ปี |
การใช้สิทธิ์แต่ละบริการเป็นไปตามเงื่อนไขของแพ็กเกจ และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม
เลือกแบบ 1 ปี หรือ 2 ปีดี?
ถ้าอยากเริ่มดูแลเครื่องในช่วงปีแรก แพ็กเกจ 1 ปี ราคา 6,999 บาท ก็เป็นตัวเลือกที่นำมาวางแผนงบพร้อมซื้อเครื่องได้
ส่วนใครตั้งใจใช้ iPhone จอพับต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี ลองพิจารณาแพ็กเกจ 2 ปี ราคา 10,999 บาท ซึ่งเพิ่มจาก
แพ็กเกจ 1 ปีอีก 4,000 บาท เพื่อให้มีความคุ้มครองต่อเนื่องตามระยะเวลาที่เลือก
ก่อนซื้อ อย่าลืมให้พนักงานอธิบายเงื่อนไขของจอด้านใน จอด้านนอก และบานพับ รวมถึงค่าบริการเมื่อใช้สิทธิ์
จะได้เลือกแพ็กเกจได้ตรงกับสิ่งที่เรากังวล
คำถามที่พบบ่อย
Q1 :เห็นรอยพับบนจอ แปลว่าจอเสียหรือเปล่า?
ยังบอกไม่ได้จากรอยเพียงอย่างเดียว หากไม่แน่ใจ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการแสดงผลหรือสัมผัสผิดปกติร่วมด้วย
ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบก่อนสรุปสาเหตุและสิทธิ์ความคุ้มครอง
Q2 :ซื้อ COVER+ แล้ว เคลมรอยพับได้ทุกกรณีไหม?
ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้น ต้องดูเงื่อนไขของแพ็กเกจและผลการตรวจสอบอาการ ควรถามให้ชัดว่ารอยด้านความสวยงาม
การสึกหรอ และความเสียหายที่กระทบการใช้งาน มีเงื่อนไขต่างกันอย่างไร
Q3 :ซื้อ COVER+ แล้ว ซ่อมฟรีทุกครั้งหรือเปล่า?
ไม่เสมอไป Studio7 ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งส่วนของแพ็กเกจและค่าบริการเมื่อขอซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่อง
จึงควรตรวจสอบยอดที่ต้องชำระก่อนรับบริการ
Q4 :ซื้อเครื่องไปแล้ว ค่อยซื้อ COVER+ ได้ไหม?
เงื่อนไขทั่วไปบนหน้า Studio7 ระบุว่าสามารถซื้อภายใน 30 วัน หรือซื้อเพิ่ม ณ วันที่จองได้เลย
Q5 :ใช้ราคาและเงื่อนไข AppleCare+ มาเทียบกับ COVER+ ได้เลยไหม?
ควรดูเอกสารของแต่ละบริการแยกกัน โดยบทความนี้กล่าวถึง COVER+ with AppleCare Services ของ Studio7
จึงไม่ควรนำราคา ค่าบริการ หรือจำนวนครั้งของ AppleCare+ มาใช้แทนโดยอัตโนมัติ
อยากลองจอพับด้วยตัวเอง แวะมาคุยกันที่ Studio7
ถ้ายังลังเลเรื่องรอยพับหรือความถนัดในการใช้งาน ลองมาสัมผัสเครื่องจริงที่ Studio7 สาขาที่มีเครื่องสาธิต
เปิดคอนเทนต์ที่ชอบ ลองถือ ลองพับ แล้วค่อยเลือกว่าตอบโจทย์คุณแค่ไหน
พร้อมสอบถามพนักงานเรื่อง COVER+ ให้เข้าใจทั้งความคุ้มครองและค่าใช้จ่าย ก่อนเลือกการดูแลที่เหมาะกับเครื่องใหม่ของคุณ
ดูสินค้าและข้อมูลเพิ่มเติมที่ Studio7 Online
อ่านรายละเอียด COVER+ with AppleCare Services















