

iPad mini มาพร้อมดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมด, ชิป A15 Bionic, คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง”, 5G และอีกมากมาย iPad mini ใหม่ที่ทรงพลัง มาพร้อมดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมด, ชิป A15 Bionic, Touch ID, คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง”, และอีกมากมาย คูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย – Apple เปิดตัว iPad mini ใหม่ที่ทรงพลัง มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina ขนาด 8.3 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้นใน 4 สีสันอันสวยงาม iPad mini ใหม่มาพร้อมชิป A15 Bionic แบบใหม่ล่าสุดที่มอบประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 80% นี่จึงเป็น iPad mini ที่เปี่ยมความสามารถที่สุดที่เคยมีมา พอร์ต USB-C ใหม่ ให้คุณสามารถเชื่อมต่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และรุ่น Cellular ที่มาพร้อม 5G ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเวิร์กโฟลว์การทำงานแบบเคลื่อนที่ กล้องสุดล้ำใหม่ คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” และการรองรับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ช่วยเปิดประตูสู่วิธีการใหม่ๆ สำหรับผู้ใช้ในการบันทึกภาพและวิดีโอ สื่อสารกับคนสำคัญ และจดไอเดียต่างๆ ที่แล่นเข้ามาในหัว “ด้วยดีไซน์ที่พกพาสะดวกกว่าครั้งไหนๆ และการใช้งานที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่งานประจำวันต่างๆ ไปจนถึงแอปพลิเคชันสำหรับการสร้างสรรค์ และงานระดับองค์กร นี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้ไม่มีอะไรเหมือน iPad mini” Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple กล่าว “ด้วยจอภาพ Liquid Retina ใหม่แบบหน้าจอทั้งหมด, การยกระดับประสิทธิภาพให้ทรงพลังเหลือล้น, กล้องสุดล้ำใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง, คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง”, USB-C, 5G และการรองรับ…
ระบบกล้องระดับโปรที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone, จอภาพ Super Retina XDR พร้อม ProMotion, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดด, ชิปที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟนอย่าง A15 Bionic, ประสบการณ์ 5G สุดล้ำ และอีกมากมาย iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone ที่โปรที่สุดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มาพร้อมฮาร์ดแวร์กล้องแบบใหม่หมด, จอภาพอันชาญฉลาดพร้อม ProMotion, ประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานอย่างน่าทึ่ง คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย – วันนี้ Apple เปิดตัว iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ซึ่งขยายขอบเขตของคำว่าเป็นไปได้ในสมาร์ทโฟน โดยที่ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่ภายในจรดภายนอก อีกทั้งยังมีจอภาพ Super Retina XDR แบบใหม่หมดพร้อมด้วย ProMotion ซึ่งมีอัตราการดึงข้อมูลใหม่แบบปรับได้สูงสุด 120Hz เพื่อประสบการณ์ในการสัมผัสที่รวดเร็วและตอบสนองทันใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบกล้องระดับโปรที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งกล้องอัลตร้าไวด์ ไวด์ และเทเลโฟโต้ใหม่ ซึ่งสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างสวยงามน่าทึ่งโดยมีชิป A15 Bionic ที่มีประสิทธิภาพเหนือชั้นเป็นหัวใจสำคัญ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เกิดความสามารถใหม่ๆ ด้านภาพถ่ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนบน iPhone อย่างการถ่ายภาพมาโครด้วยกล้องอัลตร้าไวด์ใหม่ และประสิทธิภาพในสภาวะแสงน้อยที่ดีขึ้นสูงสุด 2.2 เท่าบนกล้องไวด์ใหม่ รวมถึงคุณสมบัติด้านการประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์ อย่าง “สไตล์ภาพถ่าย” ที่จะปรับแต่งภาพในแอปกล้องออกมาในแบบที่ผู้ใช้ต้องการ และโหมดกลางคืนที่ใช้งานได้กับทุกกล้อง อีกทั้งยังมี “โหมดภาพยนตร์” ที่จะเปลี่ยนมิติระยะชัดลึกอย่างสวยงาม ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญสำหรับวิดีโอ การถ่ายวิดีโอแบบมาโคร ไทม์แลปส์ และสโลว์โมชั่น แล้วยังถ่ายวิดีโอในสภาวะแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นด้วย ยิ่งกว่านั้นทั้งสองรุ่นยังมีเวิร์กโฟลว์ระดับโปรในแบบ Dolby Vision ตั้งแต่ต้นจนจบ และเป็นครั้งแรกที่รองรับ ProRes ด้วย ซึ่งมีเฉพาะบน iPhone เท่านั้น นอกจากนี้ iPhone 13…
โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เพรียวบางและทนทาน ระบบกล้องคู่ใหม่อันล้ำสมัยเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยที่ดียิ่งขึ้น และครั้งแรกกับโหมดภาพยนตร์ iPhone 13 และ iPhone 13 mini มาพร้อมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้องคู่ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone และชิปอันทรงพลัง รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดด คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย – วันนี้ Apple เปิดตัว iPhone 13 และ iPhone 13 mini ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ขอบแบนที่เพรียวบางใน 5 สีสันใหม่ที่สวยงาม โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมนวัตกรรมอันน่าทึ่ง ตั้งแต่ระบบกล้องคู่ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ซึ่งมีกล้องไวด์ใหม่พร้อมพิกเซลที่ใหญ่ขึ้นและระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล (OIS) ที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์ เพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงวิธีใหม่สำหรับปรับแต่งกล้องในสไตล์ของตัวเองอย่าง “สไตล์ภาพถ่าย” และโหมดภาพยนตร์ที่จะเปิดมิติใหม่ของการเล่าเรื่องด้วยวิดีโอ นอกจากนี้ iPhone 13 และ iPhone 13 mini ยังมีชิป A15 Bionic ที่เร็วสุดขั้วและประหยัดพลังงานเป็นเยี่ยม, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น, จอภาพ Super Retina XDR ที่สว่างขึ้นเพื่อคอนเทนต์ที่มีชีวิตชีวา, ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ที่แข็งแกร่งทนทาน, พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 128GB สำหรับรุ่นเริ่มต้น, ความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ IP68 ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม และประสบการณ์ 5G สุดล้ำ iPhone 13 และ iPhone 13 mini ในดีไซน์แบบอะลูมิเนียมมาพร้อม 5 สีสวยงามให้เลือกทั้งรุ่น (PRODUCT)RED, สีสตาร์ไลท์, สีมิดไนท์, สีน้ำเงิน และสีชมพู iPhone 13 และ iPhone 13 mini จะวางจำหน่ายในสีชมพู, น้ำเงิน, มิดไนท์, สตาร์ไลท์ และรุ่น (PRODUCT)RED “ลูกค้าของเราใช้งาน…
ไหนขอเสียงสาวก LINE FRIENDS หน่อย นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าคาแรคเตอร์ชื่อดังจาก LINE ที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู (และกวนโอ๊ย) เพราะเราต่างก็คุ้นตากันเป็นอย่างดีกับ หมีบราวน์ผู้แสนจะเคร่งขรึม กระต่ายสาวโคนี่ ลูกเจี๊ยบน้อยแซลลี่ และแก๊งเพื่อนอีกเพียบ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการเป็นสติกเกอร์ในแอปพลิเคชั่นแชทสุดฮิตอย่าง LINE จนกลายเป็น Global Character Brand ที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก คือถึงใครไม่ใช้ LINE เราว่าก็ต้องเคยเห็น LINE FRIENDS ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อยแหละ ด้วยคอลเลคชั่นสินค้ามากมายที่ไปร่วมแจมคอลแลปส์กับแบรนด์ดัง ตั้งแต่ Gadget เครื่องสำอาง เกม อุปกรณ์แต่งกาย เครื่องเขียนต่างๆ สมกับความดังระดับโลก และแน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะมาป้ายยากับอีกหนึ่งคอลเลคชั่นสุดคิ้วท์ที่ LINE FRIENDS เค้าไปคอลแลปส์กับแบรนด์เคสและอุปกรณ์เสริมชื่อดังอย่าง CASETiFY เรียกได้ว่าเป็นการจับคู่คาแรคเตอร์ดัง มาเจอกับแบรนด์เคสดีไซน์เก๋ ที่มาพร้อมกับความแข็งแรงทนทาน ตามคอนเซ็ปท์ของแบรนด์ Real Cute, Real Tough. งานนี้ความปังจึงบังเกิด บอกเลยว่าน่ารักมากกกกกก ไม่มีไม่ได้แล้ว ที่สำคัญเจ้า “LINE FRIENDS X CASETiFY Special Edition only at Bb BEYOND D-Box” ยังพร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ ไม่ต้องเสียเวลารอพรีออเดอร์แต่อย่างใด เหมาให้ครบเซ็ตทั้งเคส iPhone 12 Series เคส AirPods และสาย Apple Watch กันไปเลย จะน่ารักขนาดไหน เรามีตัวอย่างมาฝากกัน LINE FRIENDS X CASETiFY : iPhone 12 Series Case เริ่มกันที่ iPhone 12 Series Case เลือกตามคาแรคเตอร์ที่ชอบ หรือดีไซน์ที่ใช่ได้เลย มีทั้งโฮโลแกรมชิคๆ ไปจนถึงสีสันสุดจี๊ดสะดุดตา Bubbly Sheer Iridescent Impact Case…
หากจะเรียกว่ายุคนี้เป็นยุคของการทำงานแบบ Work from Home ก็คงไม่ผิดนัก บางออฟฟิศเริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่บางออฟฟิศก็ยังเป็นเรื่องใหม่ ทำให้หลายๆ คนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และอาจเจอปัญหา ยิ่งบางคนนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน มีแต่ iPad แล้วเราจะทำงานได้หรือเปล่า จะยุ่งยากในการทำงานร่วมกับทีมที่ใช้อุปกรณ์ต่างกันหรือไม่ บอกเลยว่าเรื่องนี้แก้ได้ด้วยตัวช่วยอย่าง Microsoft 365 แต่จะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง แล้วจะช่วยให้เรา Work from Home ง่ายขึ้นได้ยังไง วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง ทำงานร่วมกันอย่าง Real-Time ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม สิ่งแรกเลยที่ Microsoft 365 นั้นเหมาะกับการทำงานแบบ WFH ก็คือการที่ให้เราสามารถทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการแชร์ไฟล์พร้อมเปิดให้แก้ไขเอกสารผ่านระบบ OneDrive ให้เพื่อนร่วมงานเข้ามาแก้ไขไปพร้อมๆ กันกับเราแบบทันทีอีกด้วย สามารถใช้งานได้ทั้ง Word, Excel, PowerPoint ถึงจะอยู่กันคนละที่ก็ไม่ใช่ปัญหาแล้วงานนี้ รวมไปถึงยังสามารถแสดงความคิดเห็นบนเอกสาร พร้อมเมนชันผ่านการพิมพ์สัญลักษณ์ @ ต่อด้วยชื่อของบุคคลที่เรากล่าวถึง เพื่อแจ้งเตือนบุคคลนั้นผ่านทางอีเมล ที่จะลิงก์ไปยังความคิดเห็นของเราอีกด้วยนะ แถมยังหมดห่วงเรื่องลืมเซฟเอกสาร หรืออุปกรณ์เกิดติดขัดจนไม่ทันได้เซฟไฟล์ ด้วยฟังก์ชันบันทึกอัตโนมัติ เพียงแค่เปิดใช้การบันทึกงานแบบ AutoSave ติดตั้งและใช้งานได้บนทุกอุปกรณ์ รองรับสูงสุด 6 Users ปัจจุบันอุปกรณ์ในการทำงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊คเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตก็ล้วนทำงานได้เหมือนกัน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันกับทีมที่ต่างคนก็ต่างใช้อุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งทำงานคนเดียว แต่อุปกรณ์ที่มีนั้นใช้ระบบปฏิบัติการต่างกันก็ตาม ฉะนั้นอาจเจอปัญหาเรื่องของอุปกรณ์ได้ เช่น ใช้งานโน้ตบุ๊คบน Windows 10 แต่บางครั้งมีความจำเป็นต้องทำงานบน iPad เอาล่ะ ปัญหาเรื่องการทำงานด้านเอกสารเกิดแล้วทีนี้ เปิดไม่ติดบ้าง หรือไฟล์แสดงผลผิดเพี้ยนบ้าง เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากเราใช้งาน Microsoft 365 เพราะ Microsoft 365 นั้นใช้งานได้บนทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Mac หรือ PC รวมไปถึงอุปกรณ์พกพาอย่าง iPad และ iPhone ผ่าน App Store หรือระบบ Android ผ่าน Google Play…
watchOS 8 นำคุณสมบัติใหม่ๆ ด้านการเข้าถึง การเชื่อมต่อ และการมีสมาธิมาไว้บน Apple Watch watchOS ใหม่ทำให้ผู้ใช้เข้าออกสถานที่และใช้บริการต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วย Wallet, เพิ่มความสามารถให้กับแอปบ้าน ทั้งยังมาพร้อมประเภทการออกกำลังกายใหม่และแอปหายใจที่อัปเดตใหม่อีกด้วย watchOS 8 กำลังจะนำคุณสมบัติใหม่ๆ ด้านการเข้าถึง การเชื่อมต่อ และการมีสมาธิมาไว้บน Apple Watch ภายในปีนี้ คูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple ได้เผยโฉม watchOS 8 ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติใหม่อันทรงพลังที่ทำให้ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์สวมใส่ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคยในแง่ของการช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพดี แอ็คทีฟ และต่อติดกับทุกเรื่องอยู่เสมอ การอัปเดตแอป Wallet และแอปบ้านยังทำให้ Apple Watch กลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ยิ่งขึ้นในการเปิดรถหรือเข้าออกสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย ที่ทำงาน หรือที่ๆ ไปเยือนได้อย่างสะดวก แอปหายใจโฉมใหม่และประเภทการออกกำลังกายใหม่อย่างไทเก็กและพิลาทิสช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี ในขณะที่หน้าปัดนาฬิกา “ภาพถ่ายบุคคล” ใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอปข้อความและแอปรูปภาพก็ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับคนที่พวกเขาที่รักได้ง่ายกว่าเดิม “Apple Watch เป็นนาฬิกาที่ผู้คนรักมากที่สุดในโลก ในฐานะนาฬิกาที่ช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพดี แอ็คทีฟ และต่อติดถึงกันได้” Kevin Lynch, รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีของ Apple กล่าว “เราช่วยให้ผู้ใช้เข้าออกที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่ๆ ไปเยือนได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการอัปเดตครั้งสำคัญในแอปบ้านและ Wallet, เพิ่มการดูแลความแข็งแรงสมบูรณ์ให้ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งยังทำให้การติดต่อสื่อสารแบบส่วนตัวยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดภาพถ่ายบุคคลใหม่และการอัปเดตแอปข้อความใน watchOS 8” เพิ่มวิธีในการเข้าถึงด้วยแอป Wallet Apple Watch ช่วยให้การชำระเงินอย่างปลอดภับแบบไม่ต้องสัมผัสในร้านค้าหรือรถโดยสารกลายเป็นเรื่องที่สะดวกสบายอย่างไม่น่าเชื่อด้วย Apple Pay และ Wallet และ Wallet ยังมาพร้อมวิธีการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสที่ทรงพลังยิ่งขึ้นอีกในวันนี้ด้วย watchOS 8 ลูกค้าจึงเข้าออกสถานที่และเข้าถึงสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย การรองรับ Ultra Wideband ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน WWDC ปี 2020 สามารถใช้งานกับกุญแจรถดิจิทัลใน Apple Watch Series 6 ได้แล้ว ผู้ที่สวมใส่ Apple Watch สามารถปลดล็อครถได้อย่างปลอดภัยจากระยะไกลและสตาร์ทรถจากที่นั่งคนขับได้เลย1 ภายในปีนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มกุญแจบ้าน ที่ทำงาน และโรงแรมลงใน…
macOS Monterey เปิดตัวคุณสมบัติอันทรงพลังที่จะช่วยให้คุณทำอะไรๆ ได้สำเร็จมากยิ่งขึ้น Monterey เพิ่มวิธีใหม่ในการติดต่อกับเพื่อนๆ และครอบครัว ทำงานสลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น และโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ได้เต็มที่ macOS Monterey ซึ่งเผยโฉมใน WWDC21 คือขุมพลังที่จะช่วยให้ผู้ใช้ทำอะไรๆ ได้สำเร็จยิ่งกว่าที่เคย คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple เผยโฉมตัวอย่าง macOS Monterey ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของระบบปฏิบัติการบนเดสก์ท็อปที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก และ macOS Monterey ก็มาพร้อมกับวิธีใหม่ๆ ให้ผู้ใช้ติดต่อกับเพื่อนๆ ทำงานเสร็จได้มากขึ้น และทำงานสลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ Apple ได้อย่างลื่นไหลยิ่งขึ้น เริ่มจาก SharePlay ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ใน FaceTime ที่ให้ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน และมี Shared with You ที่ให้ผู้ใช้ได้ค้นพบและสนุกกับคอนเทนต์ที่แชร์ผ่านแอปข้อความได้ง่ายๆ จากใน แอป รูปภาพ, Safari, Apple Podcasts, Apple News และ Apple TV โดยตรง ส่วนการอัปเดตหลักๆ ใน Safari มีทั้งการปรับปรุงแถวของแถบเว็บไซต์ให้สะอาดตายิ่งขึ้น พร้อมด้วย Tab Groups ที่ช่วยให้จัดระเบียบแถบเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แอปคำสั่งลัดยังมาอยู่บน Mac แล้วเพื่อให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้แบบอัตโนมัติ ส่วนคุณสมบัติ “โฟกัส” ก็จะช่วยให้ผู้ใช้จดจ่อกับงานและลดสิ่งรบกวนสมาธิ นอกจากนี้ Mac ยังมีคุณสมบัติความต่อเนื่องใหม่ ซึ่งได้แก่ Universal Control และ AirPlay to Mac ที่ให้ผู้ใช้ทำงานสลับไปมาระหว่างอุปกรณ์Apple ได้อย่างง่ายดาย macOS Monterey จะรองรับ Mac หลากหลายรุ่นที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งรวมถึง iMac รุ่นล่าสุด, MacBook Air, MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว และ Mac mini ซึ่งรวมถึง Mac ของ Apple ที่ใช้โปรเซสเซอร์…
Apple เผยตัวอย่างคุณสมบัติด้านการทำงานใหม่ด้วย iPadOS 15 iPad มาพร้อมกับการทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ดีไซน์หน้าจอโฮมแบบใหม่พร้อมวิตเจ็ตแบบผสมผสาน คลังแอป การจดโน้ตทั้งระบบด้วย Quick Note, SharePlay, ประสบการณ์การใช้งาน Safari ที่ออกแบบมาใหม่ และเครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยให้มีสมาธิอยู่เสมอ iPadOS 15 มอบประสบการณ์การทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายดายยิ่งขึ้นให้กับ iPad คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple เผยตัวอย่าง iPadOS 15 พร้อมคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถเฉพาะตัวของ iPad ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ความอเนกประสงค์ของ iPad ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าเดิม iPadOS 15 มาพร้อมกับประสบการณ์การทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายดายขึ้นกว่าเดิมอีก ด้วยการทำให้คุณสมบัติอย่าง Split View และ Slide Over สามารถค้นพบได้ง่ายขึ้น ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งทรงพลังกว่าเดิม และตอนนี้การจดโน้ตก็สามารถทำได้แล้วทั้งระบบด้วย Quick Note ที่มอบวิธีใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกันและจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหรือพิมพ์ด้วย Apple Pencil ส่วนเลย์เอาท์วิดเจ็ตใหม่สำหรับหน้าจอโฮมและคลังแอปช่วยให้สามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งาน iPad ให้เหมาะกับบุคคลรวมถึงจัดระเบียบแอปได้ ส่วนคุณสมบัติแปลภาษาคือคุณสมบัติใหม่สำหรับแปลข้อความและบทสนทนา และตอนนี้ผู้ใช้ก็สามารถสร้างแอปบน iPad ทั้งสำหรับ iPhone และ iPad ได้แล้วด้วย Swift Playground นอกจากนี้ iPadOS 15 ยังมีการควบคุมความเป็นส่วนตัวใหม่ๆ ทั้งใน Siri, แอปเมล และอีกหลายแห่งทั่วทั้งระบบที่จะช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น “iPadOS 15 ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน iPad ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม” Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าว “การทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายดายยิ่งขึ้น, ดีไซน์หน้าจอโฮมแบบใหม่พร้อมวิดเจ็ตแบบผสมผสานและคลังแอป, การจดโน้ตทั่วทั้งระบบด้วย Quick Note, คุณสมบัติแปลภาษาที่ออกแบบมาสำหรับ iPad, SharePlay, ประสบการณ์การใช้งาน Safari ที่ได้รับการออกแบบใหม่ เครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้มีสมาธิและอีกมากมายจะช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” iPadOS 15 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและใช้ความอเนกประสงค์ของ iPad ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าเดิม…
iOS 15 มาพร้อมวิธีใหม่ๆ ในการต่อติดกับทุกเรื่องและทุกคน พร้อมด้วยคุณสมบัติอันทรงพลังที่จะช่วยผู้ใช้โฟกัส สำรวจ และทำอะไรได้อีกมากมายด้วยระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ Apple เผยตัวอย่างการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ FaceTime, คุณสมบัติ “โฟกัส” ใหม่ที่จะช่วยลดสิ่งรบกวนสมาธิ, ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการค้นพบข้อมูล รวมถึงอีกหลายวิธีในการสำรวจโลกโดยใช้แอปแผนที่ สภาพอากาศ และ Wallet iOS 15 เปิดตัว SharePlay ใน FaceTime, Live Text ที่ใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์, การแจ้งเตือนโฉมใหม่ และอีกมากมาย คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple ประกาศเปิดตัว iOS 15 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญที่มาพร้อมคุณสมบัติอันทรงพลังที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งาน iPhone ไปอีกขั้น iOS 15 ทำให้การโทร FaceTime มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น และมาพร้อม SharePlay สำหรับการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ได้เต็มที่ด้วยวิธีใหม่สำหรับจัดการกับการแจ้งเตือน และยังเพิ่มความอัจฉริยะให้กับรูปภาพและการค้นหาเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้นแอปแผนที่ของ Apple ยังเปิดตัววิธีใหม่อันสวยงามในการสำรวจโลก ในขณะที่แอปสภาพอากาศได้รับการออกแบบใหม่ให้มีแผนที่แบบเต็มหน้าจอและกราฟิกแสดงข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ส่วนแอป Wallet เพิ่มการรองรับกุญแจบ้านและบัตรประจำตัว แถมยังทำให้การท่องอินเทอร์เน็ตด้วย Safari นั้นง่ายยิ่งขึ้นด้วยแถวของแถบเว็บไซต์ในดีไซน์ใหม่และ Tab Groups นอกจากนี้ iOS 15 ยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ สำหรับควบคุมความเป็นส่วนตัว ทั้งใน Siri, แอปเมล และอีกหลายแห่งทั่วทั้งระบบที่จะช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น “สำหรับลูกค้าหลายๆ ท่าน iPhone กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว และปีนี้เราก็ได้สร้างสรรค์อีกหลายวิธีที่จะยกระดับชีวิตประจำวันของเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าว “iOS 15 ทำให้ผู้ใช้ต่อติดกับทุกคนและยังสามารถแชร์ประสบการณ์ร่วมกันได้ในแบบเรียลไทม์ แถมยังมีเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะลดสิ่งรบกวนสมาธิและช่วยให้โฟกัสได้เต็มที่ ทั้งยังมีระบบอัจฉริยะที่จะยกระดับประสบการณ์กับรูปภาพ ส่วนแอปแผนที่ก็มีการอัปเกรดครั้งใหญ่ด้วยวิธีใหม่ๆ ในการสำรวจโลก เราตื่นเต้นจริงๆ กับประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้สัมผัส” การโทร FaceTime ที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น พร้อมด้วย SharePlay สำหรับการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน FaceTime ช่วยให้ลูกค้าติดต่อกับคนสำคัญได้ง่าย และใน iOS 15 นั้น การพูดคุยกับเพื่อนๆ…
สำหรับชาว Studio7 หลาย ๆ คน ที่ใช้เครื่อง Mac ทำงานด้านเอกสาร เเละอาจจะเคยเจอปัญหาเปิดไฟล์จำพวก Microsoft Office ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น PowerPoint, Word หรือ Excel หรือเเเม้กระทั่งเปิดไฟล์ได้เเต่การเเสดงผลผิดเพี้ยนไป เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะ Microsoft 365 for Mac ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานบน Mac โดยเฉพาะ ใครที่อยากรู้ว่า Microsoft 365 for Mac มีดีอะไรบ้างเเตกต่างจาก iWork ขนาดไหน เราไปเริ่มกันเลยครับ กับ 5 เหตุผล ทำไม ? Microsoft 365 for Mac ถึงเป็นเซอร์วิสที่สาวก Apple ควรมี ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า สำหรับ Microsoft 365 Family for Mac ที่ถือได้ว่าเป็น Office ที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะรองรับผู้ใช้งานได้สูงสุดถึง 6 คน ด้วยราคาสมาชิกเพียงแค่ปีละ 2,899 บาท (เฉลี่ยเพียงเดือนละ 241 บาท) โดยที่สมาชิกทั้ง 6 คนจะสามารถติดตั้ง และใช้งาน Office บนเครื่อง Mac รวมถึงบน iPad และ iPhone ผ่าน AppStore ได้ ซึ่ง Office 365 Home มาพร้อมกับชุดโปรแกรม Office รุ่นล่าสุดที่ครบถ้วนทั้ง Word, Excel, PowerPoint และ Outlook ออกแบบมาเพื่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ Microsoft 365 for Mac…
บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ หรือ บริษัทในกลุ่ม ใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ ดูรายละเอียดนโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการการตั้งค่าคุ๊กกี้ส่วนตัวโดยคลิก ตั้งค่า