
สำหรับผู้ใช้งาน Apple หลายคน คำถามที่มักจะเกิดขึ้นในใจเสมอคือ “เราควรเปลี่ยน iPhone เครื่องใหม่ตอนไหน?” บางคนอาจจะ
เปลี่ยนทุกปีเพื่ออัปเดตเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในขณะที่หลายคนเลือกที่จะใช้งานจนกว่าเครื่องจะไม่ไหว
บทความนี้จะพาคุณไปเช็คสัญญาณเตือนว่า iPhone ของคุณถึงเวลาเกษียณหรือยัง พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ในการซื้อเครื่องใหม่ และที่พลาดไม่ได้คือบริการ Pre-Trade ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะ!
4 สัญญาณเตือน! ที่บอกว่าคุณควรเปลี่ยน iPhone ได้แล้ว
หากคุณกำลังลังเล ลองเช็คลิสต์เหล่านี้ดูว่าสมาร์ทโฟนคู่ใจของคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่:
1.สุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health) ต่ำกว่า 80%
หากคุณต้องพกพาวเวอร์แบงค์ตลอดเวลา หรือแบตเตอรี่ลดฮวบแม้ไม่ได้ใช้งานหนัก ให้เข้าไปเช็คที่ Settings > Battery > Battery Health & Charging
หากตัวเลข Maximum Capacity ต่ำกว่า 80% นั่นหมายความว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพแล้ว แม้จะเปลี่ยนแบตได้
แต่หากเครื่องเก่ามาก การอัปเกรดใหม่อาจคุ้มค่ากว่า
2.ไม่รองรับการอัปเดต iOS เวอร์ชันใหม่
Apple มักจะสนับสนุนการอัปเดต iOS ให้กับ iPhone แต่ละรุ่นยาวนานประมาณ 5-6 ปี หากเครื่องของคุณไม่ได้ไปต่อ
ใน iOS เวอร์ชันล่าสุด นั่นหมายถึงคุณกำลังพลาดฟีเจอร์ใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ
ขาดความปลอดภัย (Security Updates) ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กหรือข้อมูลรั่วไหล
3.พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) เต็มจนจัดการไม่ได้
แอปพลิเคชัน รูปภาพ และวิดีโอในปัจจุบันมีความละเอียดและกินพื้นที่มากขึ้น หากคุณต้องคอยลบรูป
หรือลบแอปพลิเคชันอยู่บ่อยๆ เพื่อให้เครื่องทำงานต่อได้ นี่คือสัญญาณว่าความจุเดิมไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณอีกต่อไป
4. เครื่องหน่วง ค้าง หรือหน้าจอแตกจนซ่อมไม่คุ้ม
หากการเปิดกล้องต้องใช้เวลานาน สลับแอปแล้วเครื่องค้าง หรือทำตกจนหน้าจอแตก/ฝาหลังพัง เมื่อประเมินค่าซ่อม
แล้วพบว่าราคาสูงเกิน 40-50% ของราคาเครื่องมือสอง การเปลี่ยนเครื่องใหม่ย่อมเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า
ซื้อ iPhone ตอนไหนคุ้มค่าที่สุด?
โดยปกติแล้ว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเปลี่ยน iPhone จะมีอยู่ 2 ช่วงหลักๆ คือ:
– ช่วงต้นปี หรือเทศกาลลดราคา: หากคุณไม่ซีเรียสว่าจะต้องใช้รุ่นใหม่ล่าสุด การซื้อรุ่นของปีที่แล้วในช่วงนี้
มักจะได้ราคาที่ปรับลดลงมาอย่างเห็นได้ชัด
– ช่วงเปิดตัวรุ่นใหม่ (กันยายน – ตุลาคม): เป็นช่วงที่คุณจะได้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดก่อนใคร และมักจะมีโปรโมชั่น
บัตรเครดิตที่จัดเต็มมากที่สุด
รู้จักกับ “บริการ Pre-Trade” ตัวช่วยเปลี่ยนไอโฟนให้คุ้มกว่าเดิม
แถมล็อกราคาเครื่องเก่าได้นาน 30 วัน
หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Trade-in หรือการนำเครื่องเก่ามาเทิร์นเพื่อเป็นส่วนลดเครื่องใหม่ แต่ปัจจุบันร้านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ
อย่าง Studio7 มีบริการที่เพิ่มเข้ามาที่เรียกว่า บริการ Pre-Trade (หรือที่หลายคนมักเรียกว่าการเตรียมตัว Pre-Trade)
ซึ่งทำให้การเปลี่ยนเครื่องง่ายและคุ้มค่าขึ้นมาก
Pre-Trade / Trade-in Plus ทำงานอย่างไร?
มันคือการนำ iPhone (หรืออุปกรณ์ Apple อื่นๆ) เครื่องเก่าของคุณ มาประเมินสภาพผ่านระบบมาตรฐานเพื่อตีราคาเป็นมูลค่าส่วนลด
ในการซื้อ iPhone เครื่องใหม่ โดยมีข้อดีดังนี้:
| ข้อดีของการบริการ Pre-Trade | รายละเอียด |
| ได้ราคาประเมินมาตรฐาน | ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกดราคาแบบการนำไปขายตู้ เพราะมีแอปพลิเคชันและมาตรฐานในการประเมินสภาพเครื่อง |
| ได้ On-top เพิ่มเติม | ในบางช่วงโปรโมชั่น นอกเหนือจากมูลค่าเครื่องเก่าแล้ว Studio7 ยังมี On-top บวกเพิ่มให้อีก ทำให้ได้ส่วนลดเยอะกว่าเดิม |
| สะดวก ปลอดภัย จบในที่เดียว | สามารถนำเครื่องเก่าไปประเมิน และรับเครื่องใหม่ กลับบ้านได้ ในกรณีของ Trade IN+ แต่สำหรับบริการ Pre-Trade สามารถนำเครื่องเก่า กลับไปใช้งานต่อได้และมารับเครื่องใหม่ในวันที่นัดหมาย กับพนักงาน พร้อมรับ iPhone ใหม่ |
| รักษ์โลก (Eco-Friendly) | อุปกรณ์เก่าของคุณจะถูกนำไปรีไซเคิล หรือจัดการอย่างถูกวิธี ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) |
FAQ
Q1: นำเครื่องที่หน้าจอมีรอยขีดข่วนไป Trade-in ได้หรือไม่?
A: ได้ครับ สภาพเครื่องภายนอก รอยขีดข่วน หรือรอยบุบ จะถูกนำมาประเมินตามเกรด (Grade) ของตัวเครื่อง
ซึ่งมูลค่าส่วนลดก็จะลดหลั่นกันไปตามสภาพจริง แต่ยังสามารถนำมาเทิร์นได้แน่นอน
Q2: ต้องนำกล่องและสายชาร์จเก่ามาด้วยไหมตอนทำ Trade-in?
A: สำหรับบริการเก่าแลกใหม่ นำมาแค่ ตัวเครื่องอย่างเดียว ก็สามารถตีราคาและเข้าร่วม
บริการ Trade-in Plus ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีกล่องหรืออุปกรณ์เสริม
Q3: ควรทำความสะอาดและสำรองข้อมูลก่อนไปเทิร์นไหม?
A: แนะนำเป็นอย่างยิ่ง! ควร Backup ข้อมูลลง iCloud หรือคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย และจำ Apple ID
พร้อมรหัสผ่านของตัวเองให้ได้ เพื่อความรวดเร็วในการลบข้อมูลเครื่องเก่าและย้ายข้อมูลสู่ไอโฟนใหม่
Q4: แบตเตอรี่เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ถึงควรเปลี่ยนเครื่อง? (หากไม่อยากเปลี่ยนแค่แบตเตอรี่)
A: ตามมาตรฐานของ Apple หากสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health) ต่ำกว่า 80% จะถือว่าเสื่อมสภาพ
หาก iPhone ของคุณมีอายุการใช้งาน 1-2 ปี การเปลี่ยนแค่แบตเตอรี่อาจจะเพียงพอ แต่หากเครื่องอายุ 3-4 ปีขึ้นไป
การเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจไม่ช่วยเรื่องความเร็วหรือการรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ การนำเครื่องมา Trade IN+
เพื่ออัปเกรดเป็นรุ่นใหม่มักจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
Q5: สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (Android) นำมา Trade IN เพื่อซื้อ iPhone ได้ไหม?
A: ได้ครับ! บริการ Trade IN+ ของร้าน Studio7 ไม่ได้จำกัดแค่การรับเทิร์น iPhone เท่านั้น
คุณสามารถนำสมาร์ทโฟน Android รุ่นยอดนิยมที่ร่วมรายการ มาประเมินสภาพเพื่อเปลี่ยนเป็นส่วนลดในการซื้อ iPhone ใหม่ได้
การเปลี่ยน iPhone เครื่องใหม่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและสภาพเครื่องที่คุณใช้งานอยู่
แต่หากคุณเช็คแล้วว่าถึงเวลาต้องบอกลาเครื่องเก่า การใช้สิทธิ์ Pre-Trade หรือ Trade-in Plus
ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณลงไปได้หลายพันบาทแล้ว
ยังจัดการกับเครื่องเก่าได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวลอีกด้วย
📱 พร้อมอัปเกรดเป็น iPhone รุ่นใหม่แล้วหรือยัง? อย่าปล่อยให้เครื่องเก่าของคุณนอนฝุ่นจับ!
เอามาเช็คมูลค่า iPhone ของคุณเบื้องต้น และดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trade IN+
เพื่อรับส่วนลดพิเศษในการซื้อเครื่องใหม่ได้เลย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาใกล้บ้านคุณ!















