หากพูดถึงหูฟังตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมียม ชื่อ 1000XX THE COLLEXION ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2026 Sony ได้เปิดตัวเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี โดยรุ่นนี้เน้นยกระดับทั้งวัสดุ การออกแบบ ความสบาย และคุณภาพเสียง พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน และฟีเจอร์เสียงรุ่นใหม่อย่าง DSEE Ultimate กับ 360 Upmix

1000XX THE COLLEXION ดีไหม?
เหมาะกับคนที่ต้องการหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพเสียง ดีไซน์ และความสบายในการสวมใส่ รุ่นนี้ใช้ไดรเวอร์ 30 มม. ที่พัฒนาขึ้นใหม่ รองรับ DSEE Ultimate, 360 Upmix, LDAC และ Bluetooth 6.0 พร้อมระบบ Adaptive NC Optimizer และไมโครโฟน 12 ตัวสำหรับการตัดเสียงรบกวน นอกจากนี้ยังรองรับ Multipoint และแบตเตอรี่สูงสุด 24 ชั่วโมงเมื่อเปิด Noise Cancelling
1000XX THE COLLEXION คืออะไร?
คือหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ของ Sony ที่เปิดตัวในปี 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉลอง 10 ปี โดย Sony วางรุ่นนี้ไว้ในฐานะหูฟังที่เน้นประสบการณ์แบบพรีเมียมมากขึ้น ทั้งด้านวัสดุ งานประกอบ ความสบาย และคุณภาพเสียง
ตัวหูฟังใช้ชื่อรุ่น WH-1000XX ในหน้าสเปกของ Sony Thailand มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Platinum และมีน้ำหนักประมาณ 320 กรัม
ดังนั้น จุดเด่นของรุ่นนี้จึงไม่ได้มีแค่เรื่อง Noise Cancelling แต่ยังรวมถึงงานออกแบบและประสบการณ์สวมใส่ที่ Sony ต้องการยกระดับให้เป็นหูฟังระดับ Luxury มากขึ้น
จุดเด่นของ 1000XX THE COLLEXION ที่น่าสนใจ
1. ดีไซน์พรีเมียมที่แตกต่างจากรุ่นทั่วไป
สิ่งที่เห็นได้ชัดตั้งแต่แรกคือการให้ความสำคัญกับวัสดุและรายละเอียดของตัวเครื่อง Sony ใช้โลหะที่ผ่านการทำผิวแบบพิเศษบนเฮดแบนด์ พร้อมวัสดุหนังสังเคราะห์ที่มีการพัฒนาเพื่อให้สัมผัสนุ่มและดูหรูมากขึ้น
นอกจากนี้ ปุ่มควบคุมและรายละเอียดต่าง ๆ ยังถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับโครงสร้างโดยรวม จึงให้ภาพลักษณ์ที่ดูเรียบหรูมากกว่าการเป็นหูฟังเพื่อการใช้งานทั่วไป
2. Sony ใส่ใจเรื่องความสบายสำหรับการฟังระยะยาว
นอกจากวัสดุแล้ว Sony ยังปรับโครงสร้างให้รองรับการใช้งานต่อเนื่อง โดยออกแบบ Ear Cup ให้มีพื้นที่มากขึ้น และใช้เฮดแบนด์ที่กว้างและมีวัสดุรองรับแรงกด
ด้วยเหตุนี้ ผู้ใช้ที่ชอบฟังเพลง ทำงาน หรือเดินทางเป็นเวลานานจึงมีโอกาสได้รับประสบการณ์สวมใส่ที่ผ่อนคลายมากขึ้น
3. ไดรเวอร์ 30 มม. ที่พัฒนาขึ้นใหม่
ด้านเสียง Sony เลือกใช้ไดรเวอร์แบบพิเศษขนาด 30 มม. ซึ่งมาพร้อมโดมวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนแบบทิศทางเดียวที่มีความแข็งสูง ช่วยให้การแยกเสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้องมีความชัดเจนขึ้น พร้อมรองรับรายละเอียดในย่านความถี่สูงและ Soundstage ที่กว้างขึ้น
ดังนั้นหูฟังรุ่นนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงเสียงดังหรือเบสหนัก แต่พยายามให้ความสำคัญกับ รายละเอียด ความเป็นธรรมชาติ และความกว้างของเสียง มากขึ้น
4. Sony ใช้ DSEE Ultimate เป็นครั้งแรกในรุ่นนี้
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ DSEE Ultimate ซึ่งใช้ Edge AI เพื่อช่วยอัปสเกลไฟล์เสียงดิจิทัลที่ถูกบีบอัดแบบเรียลไทม์ โดยมีเป้าหมายในการกู้รายละเอียดและไดนามิกของเสียงที่อาจสูญเสียไประหว่างการบีบอัด
ฟีเจอร์นี้จึงน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับคนที่ฟังเพลงจาก Streaming Service หรือไฟล์เสียงที่ไม่ได้มีความละเอียดสูงสุด
5. 360 Upmix เพิ่มมิติใหม่ให้การฟังเพลง ดูหนัง และเล่นเกม
รองรับ 360 Reality Audio Upmix หรือ 360 Upmix พร้อมโหมดที่ออกแบบมาให้เหมาะกับคอนเทนต์แตกต่างกัน ได้แก่
- Music
- Cinema
- Game
จุดประสงค์คือการนำคอนเทนต์เสียงแบบ Stereo มาเพิ่มมิติให้มีลักษณะ Spatial Audio มากขึ้น ทำให้การดูหนังหรือเล่นเกมมีบรรยากาศที่โอบล้อมกว่าเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถปรับโหมดการฟังผ่านปุ่ม Listening Mode และแอป Sony | Sound Connect ได้
6. 1000XX THE COLLEXION ระบบ Noise Cancelling
ในเรื่องการตัดเสียงรบกวนหูฟังรุ่นนี้ยังใช้ใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่อยู่ใน WH-1000XM6 โดยมี Multi-Noise Sensor จำนวน 12 ไมโครโฟน และ Adaptive NC Optimizer สำหรับปรับการทำงานของ Noise Cancelling ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ยังมี Ambient Sound Mode, Auto Ambient Sound และ Quick Attention สำหรับการรับรู้เสียงรอบตัวระหว่างใช้งาน
7. คุยโทรศัพท์ชัดขึ้นด้วย AI Beamforming
สำหรับคนที่ใช้หูฟังทำงานหรือประชุมออนไลน์ รุ่นนี้มีระบบ AI Beamforming ทำงานร่วมกับ Integrated Processor V3 เพื่อช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง
ผู้ใช้ยังสามารถสั่ง Mute ได้โดยตรงจากตัวหูฟัง ซึ่งช่วยให้การประชุมหรือการรับสายสะดวกขึ้น
8. รองรับ Bluetooth 6.0, LDAC และ Multipoint
ด้านการเชื่อมต่อรองรับ Bluetooth 6.0 พร้อม Codec ได้แก่
- SBC
- AAC
- LDAC
- LC3
นอกจากนี้ยังรองรับ Multipoint Connection ทำให้เชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ได้สะดวก และยังรองรับมาตรฐาน LE Audio รุ่นใหม่อีกด้วย
สรุปสเปก 1000XX THE COLLEXION

| รายการ | รายละเอียด |
| รุ่น | WH-1000XX |
| ประเภท | Wireless Noise Cancelling Headphones |
| Driver | 30 มม. |
| Bluetooth | Bluetooth 6.0 |
| Codec | SBC / AAC / LDAC / LC3 |
| Noise Cancelling | Adaptive NC Optimizer |
| Microphones | 12 ตัวสำหรับระบบ Multi-Noise Sensor |
| DSEE Ultimate | รองรับ |
| 360 Upmix | Music / Cinema / Game |
| Multipoint | รองรับ |
| Ambient Sound Mode | รองรับ |
| Quick Attention | รองรับ |
| น้ำหนัก | ประมาณ 320 กรัม |
| แบตเตอรี่ | สูงสุด 24 ชม. เมื่อเปิด NC / 32 ชม. เมื่อปิด NC |
| ระยะเวลาชาร์จ | ประมาณ 3.5 ชั่วโมง |
| สี | Black / Platinum |
1000XX THE COLLEXION เหมาะกับใคร?
สายฟังเพลงจริงจัง
ต้องการเสียงที่มีรายละเอียดสูง แยกชิ้นดนตรีได้ดี นอกจากนี้ยังมี Soundstage ที่กว้างขึ้น
คนทำงานและประชุมออนไลน์
ต้องการ Noise Cancelling พร้อมระบบไมโครโฟนช่วยให้เสียงพูดชัดเจน
คนเดินทางบ่อย
ต้องการลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม และสามารถเปลี่ยนเป็น Ambient Sound Mode ได้เมื่อจำเป็น
คนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์
ต้องการหูฟังที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมทั้งจากวัสดุ งานประกอบ และรายละเอียดของตัวเครื่อง
คนที่ใช้หลายอุปกรณ์
Multipoint ช่วยให้การสลับระหว่างสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์สะดวกขึ้น
1000XX THE COLLEXION vs WH-1000XM6 ต่างกันอย่างไร?

| คุณสมบัติ | 1000XX THE COLLEXION | WH-1000XM6 |
| แนวทางการออกแบบ | Premium / Luxury | Premium / Everyday |
| Driver | 30 มม. | 30 มม. |
| Noise Cancelling | Adaptive NC Optimizer | Adaptive NC Optimizer |
| Microphones | 12 ตัว | 12 ตัว |
| DSEE Ultimate | ✅ | ✅ |
| 360 Upmix | ✅ | ✅ |
| Bluetooth | 6.0 | 5.3/ฟีเจอร์ตามรุ่น |
| แบตเตอรี่เปิด NC | สูงสุด 24 ชม. | สูงสุด 30 ชม. |
| น้ำหนัก | ประมาณ 320 กรัม | ประมาณ 254 กรัม |
| จุดเด่น | วัสดุ งานดีไซน์ และประสบการณ์เสียง | น้ำหนักเบา พกพาง่าย และเน้นความคล่องตัว |
สรุปง่าย ๆ: หากเน้น วัสดุ ดีไซน์ ความหรู และการฟังแบบจริงจัง 1000XX THE COLLEXION น่าสนใจมากกว่า แต่หากเน้น น้ำหนักเบาและความคล่องตัวในการใช้งานทุกวัน WH-1000XM6 อาจเหมาะกว่า อย่างไรก็ตามทั้งนี้นี่เป็นการเปรียบเทียบจากสเปกและตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การบอกว่ารุ่นหนึ่งดีกว่าอีกรุ่นในทุกด้าน
FAQ
ต่างจาก WH-1000XM6 อย่างไร?
เน้นงานออกแบบ วัสดุ ความสบาย และประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียมมากขึ้น ขณะที่ WH-1000XM6 เน้นความคล่องตัวและน้ำหนักที่เบากว่า โดยทั้งคู่ใช้เทคโนโลยี Noise Cancelling ระดับสูงของ Sony
ตัดเสียงรบกวนดีไหม?
รุ่นนี้ใช้ระบบ Multi-Noise Sensor พร้อมไมโครโฟน 12 ตัวและ Adaptive NC Optimizer ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Noise Cancelling เดียวกับที่ใช้ใน WH-1000XM6
รองรับ LDAC หรือไม่?
รองรับ โดย Sony Thailand ระบุ Codec ที่รองรับ ได้แก่ SBC, AAC, LDAC และ LC3
แบตเตอรี่กี่ชั่วโมง?
ใช้งานฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุด 24 ชั่วโมงเมื่อเปิด Noise Cancelling และสูงสุด 32 ชั่วโมงเมื่อปิด Noise Cancelling โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 3.5 ชั่วโมง
360 Upmix คืออะไร?
360 Upmix เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับคอนเทนต์เสียงแบบ Stereo โดยมีโหมดสำหรับ Music, Cinema และ Game เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงที่มีความเป็น Spatial มากขึ้น
เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียง งานออกแบบ วัสดุ ความสบาย และระบบตัดเสียงรบกวน รวมถึงผู้ที่ต้องการฟีเจอร์เสียงขั้นสูงสำหรับเพลง ภาพยนตร์ และเกม
เชื่อมต่อพร้อมกันหลายอุปกรณ์ได้ไหม?
ได้ รุ่นนี้รองรับ Multipoint Connection ช่วยให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายเครื่องได้สะดวกขึ้น
มีสีอะไรบ้าง?
Sony ระบุว่ามี 2 สี ได้แก่ Black และ Platinum
สรุป
เป็นหูฟังที่ Sony ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ฟังเพลงให้ไปไกลกว่าการเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนทั่วไป เพราะมีทั้งงานออกแบบระดับพรีเมียม ไดรเวอร์ 30 มม. รุ่นใหม่, DSEE Ultimate, 360 Upmix, ระบบ Noise Cancelling ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ WH-1000XM6 และการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 พร้อม LDAC
สุดท้ายหากคุณกำลังมองหาหูฟังที่ให้ความสำคัญกับ เสียง ดีไซน์ ความสบาย และประสบการณ์ระดับพรีเมียม รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการมากกว่าหูฟังสำหรับการใช้งานทั่วไป ดังนั้นหากสนใจ สามารถดูรายละเอียดสินค้า หรือ เลือกชมหูฟังและ Headphones รุ่นต่าง ๆที่ Studio 7 ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์















